คุณใช้ AI และใครๆ ก็ใช้มัน!! Content ถูกปั๊มใส่ฟีด จนล้น !! Feed เต็มไปด้วยคอนเทนต์ที่ "พอใช้ได้" แต่ไม่มีอะไรทำให้คนหยุดดู
Marketing 7.0 อธิบายว่า ปัญหาในอนาคต ไม่ใช่ "ข้อมูลน้อย" แต่คือ สมองได้รับข้อมูลมากเกินไป จนต้องเปิดระบบ Aggressive Filtering หรือ "การคัดกรองอย่างโหด" เพื่อป้องกันตัวเองจากข้อมูลล้นเกิน
สมองจะเลือก และไม่ยอมเสียพลังงาน ไปกับสิ่งที่ไม่คุ้มค่าที่จะดู
ก่อนนี้ เราเชื่อทุกอย่างในโฆษณา
ต่อมา เมื่อโลกมีอินเทอร์เน็ต
เราเลิกเชื่อโฆษณาที่ดูสมบูรณ์แบบ
เพราะ เรารู้ว่าทุกอย่างปลอม เราหันไปเชื่อรีวิวจากผู้ใช้จริง จึงเกิด Influencer Marketing
แต่ในยุคปัจจุบันจนอนาคต AI จะสร้างรีวิวจนล้น มนุษย์ทุกคนจะพ่นขายคอนเทนต์หน้าตาคล้ายกัน สมองจึงพัฒนาอีกครั้ง จาก "ไม่เชื่อ" เป็น ไม่แม้แต่จะมอง
นี่คือเหตุผลที่ Marketing 7.0 บอกว่า...
ไม่ว่าคุณจะตื่นเต้น หรือ ต่อต้าน มันก็ไม่แคร์ .. หน้าที่ของมันแค่ เรียนรู้ ระบบงานทุกสายอาชีพที่มนุษย์ทำซ้ำๆ อย่างมีแบบแผน มัดรวมทุก case study ชั่ว - ดี good great บนโลก มาจัดแบ่งหมวดหมู่ และพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง เพื่อทำงานแทนเรา เป้าหมาย คือ ลด(แรง)งานของมนุษย์ ...
Highlight อ่านไวๆ
connect กับธรรมชาติ: วางอุปกรณ์สื่อสาร แล้วมองไปที่ต้นไม้ ใบไม้ มันช่วยลดความวิตกกังวล ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ต้นไม้มีพลังช่วยปลอบประโลมใจ ทำให้สมองของเราสามารถสร้างการเชื่อมต่อได้ง่ายขึ้น
ทำสมาธิ: การทำสมาธิช่วยให้สมองของเราวางความคิดอันวุ่นวาย และเปิดพื้นที่สำหรับการสังเกต คิดในมุมอื่น ปรับโฟกัส และช่วยให้ตัดสินใจอย่างฉลาด
เคลื่อนไหว: การออกกำลังกายช่วยหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน - สารเคมีที่บรรเทาความเครียดและความเจ็บปวด ทำให้สมองมีพลัง เกิดความคิดและมุมมองที่แตกต่าง
เชื่อมต่อกับผู้คนหลากหลาย: ความหลากหลายทำให้สมองทำงานหนักขึ้น โดยท้าทายต่อความเชื่อแบบเดิมๆ
...
การเขียนคำโฆษณา เป็นอาชีพเก่าแก่ ถือกำเนิดมาตั้งแต่ ยุค บาบิโลเนีย
เพราะ copywriter คนแรกของโลก เขาตั้งใจเขียนอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ จนสร้างยอดขายถล่มทลาย
ทำให้อาชีพนี้ มีความหมายจนถึงยุคปัจจุบัน...
ข้อมูล ปี 2021 บอกว่า Copywriter เป็นหนึ่งในอาชีพที่หลายธุรกิจกำลังต้องการ Copywriter เป็นอาชีพที่ทำให้คุณมีรายได้มากกว่า 6 หลัก (อ้างอิงจากบทความแปล รายได้ 6 หลัก คือ สกุล $ เป็นจริงไหม...
มองอีกมุม หรือ covid กำลังชวนเรา change mindset
หรือมันกำลังตั้งคำถามว่า เราแคร์คนไปหรือเปล่า/เราผลาญเกินไปหรือเปล่า/เราสร้างภาพเกินไปหรือเปล่า/เรา อหังการ เกินไปหรือเปล่า
แล้วถ้ามันมา อีกสักสองสามเวฟ จนเรามี “ภูมิพอเพียง” ในระดับมวลชน ไทยเราอาจจะมี scenario ที่ McKinsey คิดไม่ถึง
นี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ทั้งตื่นเต้น และคาดเดาตอนจบไม่ได้ ป่วนประวัติศาสตร์ กำราบ A.I ทำลายความน่าเชื่อถือของมหาอำนาจอย่างสิ้นเชิง
ย้อนกลับไป ช่วงเดือนมกรา ถ้ามีใครมาบอกเราว่า “อีกไม่นาน พี่จะต้อง work from home ห้างที่พี่รักจะปิด พี่จะยอมใส่หน้ากาก ติดล้างมือ และพี่จะสมัครใจอยู่ใต้กฎเคอร์ฟิวของรัฐบาล ที่โคตรชัง อย่างมีวินัย” เราจะด่าว่า มันว่าอะไรของเมิง !?!
แต่ถ้าตอนนี้ มีใครมาบอกว่า “Globalization จะหายไป...
นี่คือช่วง เครียดเขา-เครียดเรา หากยังสื่อสารวีคๆแบบเก่า #เขาจะไม่ทน
ในภาวะเสมือนหยุดนิ่ง SME ที่เดินหน้าทำ content อย่างต่อเนื่อง ส่งสารหาลูกค้าบ่อยๆ อย่างถูกต้องและแม่นยำ จะอยู่ในใจคนได้ง่ายกว่า
ความรู้สึกของลูกค้าทุกราย อ่อนไหว ไวกว่าสมอง( reflect เสมือน เคาะเข่ากระตุก) การพูด หรือเงียบของแบรนด์ ล้วนส่งผลต่อ ความทรงจำระยะยาว
พฤติกรรมใหม่ ทำ Brand Loyalty หาย !! จังหวะนี้ ใครสื่อสารโดนใจ มีโอกาสได้ลูกค้าไปครอง
#กลัวในกลัว นับจากนี้ จนถึงปีหน้า สภาพจิตใจคนส่วนใหญ่ จะตกอยู่ในความวิตกกังวล เพราะมนุษย์ทุกเผ่าพันธุ์ ล้วนมีความยึดติด และเกลียดชังการสูญเสีย ...
จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าโควิด บังคับให้เราอยู่บ้านยาวกว่าที่คิด
ยิ่งห่าง ยิ่งต้องใกล้ เพราะวิกฤตินี้ ความเชื่อใจ สำคัญที่สุด
คิดบวกเป็นเรื่องดี แต่ SME พารานอยด์ไว้ ปลอดภัยกว่านะ
เมื่อโควิดบังคับให้เรา Work From Home พร้อมกันทั้งโลก การบริหารแบบอลหม่านไร้โมเดลก็ตามมาทันที ลำบากที่สุดก็คือ SME ที่รายรับหาย รายจ่ายคงที่ ฮาวทูของสถานการณ์นี้ จึงมีแค่ หลักการ , ทดลอง และปรับใช้ตามวัฒนธรรมองค์กร โดยยึดแนวทางจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น Harvard Business Review และ McKinsey
มัดรวมกันมา เป็น 8 +1 ใจความว่า
1. รีเซตความคาดหวังใหม่
เราเคยนั่งทำงานใกล้กัน เช้า ยัน ค่ำ ในบรรยากาศออฟฟิศ...
COVID-19 ไม่ได้ทำร้ายแค่ปอด แต่มันทำลายสุขภาพจิต ทำลายเศรษฐกิจ จนหลายคนล้มละลาย
จากความเครียดสะสม สู่ภาวะ “Allostatic load” ที่ทำให้ระบบในร่างกายสึกกร่อน
วิกฤตินี้ คนฝึกสมาธิประจำ ก็เหมือนมีเงินสดสำรอง แต่หากไม่เคยฝึก ลองใช้เทคนิคของ Tony Schwartz ในบทความจาก Harvard Business Review
“ยอดติดเชื้อเพิ่มไหม”
“มีคนตายกี่คน”
“มันจะจบเมื่อไหร่”
“ไม่รู้เราติดหรือยัง”
“หลังโควิด เราจะมีงานไหม”
โควิด-19 ทำให้เราส่งพลังลบ (Negative emotions) ออกมา ตั้งแต่เริ่มตื่นเช้า จนถึงเวลาเข้านอน มันบั่นทอนความคิดสร้างสรรค์ ลดความสามารถในการตัดสินใจที่ถูกต้อง ก่ออารมณ์แปรปรวน ทำให้หลายคนรู้สึก Burnout ข้างใน...